จุดเริ่มต้น "เกษตรพันธสัญญา" ในประเทศไทย
โครงสร้างทางการผลิตทางการเกษตรที่เปลี่ยนไปที่สำคัญอย่างหนึ่งในรอบ 30–40 ปีที่ผ่านมาคือการเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยผลผลิตการเกษตรได้นำเข้าสู่การแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงมีการกำหนดรูปแบบผลผลิต เวลาการส่งมอบ จำนวนการรับซื้อ และราคาผลผลิต ฯลฯ โดยผู้ซื้อมากขึ้น เพื่อให้มีมาตรฐานสำหรับการเข้าโรงงาน รูปแบบการผลิตทางการเกษตรเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเกษตรแบบใหม่ที่เรียกว่าเกษตรพันธสัญญาในประเทศไทย อาจกล่าวว่าระบบเกษตรพันธสัญญาเกิดขึ้นราวปี พ.ศ. 2523 (30 ปีที่แล้ว) เริ่มโดยการร่วมทุนระหว่างบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กับบริษัทอาร์เบอร์ เอเคอร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกาทำธุรกิจไก่เนื้อ และไก่ไข่เชิงอุตสาหกรรมในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2513 เริ่มมีระบบเกษตรพันธสัญญาเกิดขึ้น (Delforge, 2007) จากนั้นก็ได้มีบริษัทอื่นๆ เข้ามาทำธุรกิจแปรรูปพืชผัก โดยเริ่มทำข้อตกลงกับเกษตรกรในลักษณะสัญญามากขึ้น โดยมากจะเน้นการได้ผลผลิตเพื่อแปรรูปและส่งออก Rosset et al. ( 1999) รายงานว่า ในปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) นั้นมีแต่อุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋องที่มียอดการส่งออกบ้างในประเทศไทย แต่ยังไม่มีสินค้าเกษตรแปรรูปผักและผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ จากนั้นในปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) สับปะรดกระป๋องเริ่มมีการส่งออกเพิ่มขึ้น และเริ่มมีไก่เนื้อส่งออกบ้าง พอในปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ไทยเริ่มส่งออก สับปะรดกระป๋อง และไก่เนื้ออย่างมาก และเริ่มมีการส่งออก มะเขือเทศกระป๋อง และผักแช่แข็ง ในปี ค.ศ. 1990 (พ.ศ. 2533) ไทยก็ส่งออก สับปะรดกระป๋อง ไก่เนื้อ ผักแช่แข็ง นํ้ามะเขือเทศ มะเขือเทศแปรรูป และข้าวโพดหวานกระป๋อง เป็นจำนวนยอดส่งออกที่สูง อาจกล่าวว่า ปี พ.ศ. 2523 (ตรงกับช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4–5) เป็นปีที่การเกษตรไทยเริ่มเข้าสู่ยุครุ่งเรืองทางเกษตรพันธสัญญา
Sponsor Link
* * * * * *
ที่มา : แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) และ สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ (PPSI)

